การเลือกใช้อุปกรณ์ Transmission Wireless System ให้เหมาะกับงาน Production


1 Scale of Event
 ขนาดของสถานที่ ความกว้างยาว และความสูงของสถานที่ รวมถึงระยะทางที่ต้องใช้งานหลักในการเลือก แนะนำให้เลือก Specใช้งานจริงไม่เกิน 2ใน3 จากระยะที่ระบุมาจากโรงงาน เนื่องจากบนพื้นที่ใช้งานจริง อาจตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงได้รับการรบกวนจากสัญญาณต่างๆที่เรามองไม่เห็น และอุปสรรคที่อยู่ในงาน เช่น กำแพง กระจก ลำโพงขนาดใหญ่ คลื่นวิทยุต่างๆ หม้อแปลงกระแสไฟขนาดใหญ่ รวมถึงระบบเสา Repeater(ทวนสัญญาณ)ของค่ายโทรศัพท์ต่างๆด้วย นี่เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด...ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก หลายครั้งการตัดสินผิดพลาดเกิดจากการพิจารณาเรื่องระยะใช้งานอย่างเดียว โดยลืมนึกถึงปัจจัยอื่นๆบนพื้นที่ทำงานจริง



2 Power & Frequency - กำลังส่ง และช่วงความถี่ใช้งานที่เหมาะสม 

การเลือกใช้ข่วงความถี่ที่ใช้งานเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน ควรพิจารณาเลือกอุปกรณ์ที่ใช้งานบนความถี่ที่ผู้คนใช้งานน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัญญาณความถี่ซึ่งกันและกัน ย่านของความถี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการใช้งาน และที่สำคัญกำลังส่งจะต้องไม่เกินกว่ากฏหมายกำหนดด้วย/ในปัจจุบันความถี่ย่าน 2.4 GHz.เป็นความถี่ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย....ควรหลีกเลี่ยงช่วงย่านความถี่นี้  ขอตัวอย่างการใช้งานกันมาก เช่น Drone , Lighting Control , รวมถึง Wireless Microphone ต่างๆด้วย เรื่องของกำลังส่งในภาคส่ง(Transmitter)ต้องไม่เกิน1000mW.หรือ1W.สำหรับมือถือขนาดเล็ก /และไม่เกิน10W.สำหรับเบสประจำสถานีส่งหรือMobileเคลื่อนที่ และที่สำคัญกำลังของการส่งโดยความถี่ต้องคำนึงถึงการมีใบอนุญาติพกพา,ใบอนุญาติการใช้งานด้วย



3 Input/Output Signal Format - รับและส่งด้วยระบบสัญญาณที่ใช้งานอย่างเหมาะสม

ในส่วนของ Input ของภาคส่ง Transmitter(TX) ที่ดีควรสามารถเลือกได้ การใช้งานในการส่งควรจะมีทั้ง 2 port คือ HDMI และ HD-SDI  ซึ่งโดยปกติทั่วไป DSLR Camera จะเป็นส่งผ่านสายสัญญาณ HDMI เท่านั้น แต่ในส่วนของ Video Camera อาจจะมีส่งผ่านสายสัญญาณทั้ง HDMI หรือ HD-SDI ตามขนาดของกล้อง/ ในส่วนของภาครับ Receiver ก็เช่นกันควรจะมีทั้ง port HDMI และ HDSDI/บางรุ่น หรือบางแบรด์มี Loop Video Out แทน(ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นใหญ่ๆ, ระยะไกลๆ)  



4 Uncompressed or Not - รูปแบบการส่งสัญญาณมีการบีบอัดหรือไม่? 

สัญญาณในการใช้งานที่สมบรูณ์แบบ ต้องไม่มีการบีบอัดสัญญาณเพราะจะทำให้คุณภาพของสัญญาณลดลง อย่าลืมว่าการเข้ารหัสสัญญาณ Encodeในการส่ง และต้องมา Decode ถอดรหัสสัญญาณในภาครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Lost Signal ซึ่งถ้ามีการบีบอัดCompressed หรือเปลี่ยนแปลง Convert ใดๆก็ตาม  คุณภาพของปลายสัญญาณก็จะยิ่งลดคุณภาพลงไปเรื่อยๆ และยังเป็นการเพิ่มการดีเลย์ของสัญญาณอีกด้วย Transmission Wireless ที่ดีควรที่จะส่งมาเท่าไหร่...ปลายสัญญาณตัวรับควรจะรับเท่านั้น



5 Latency or Delay - มีการดีเลย์ของสัญญาญจากต้นทางถึงปลายทาง 

ตามหลักการและทฤษฎีการส่งและรับสัญญาณจากต้นทางไปปลายทาง...ย่อมมีการ Delay เป็นธรรมดา แต่การ Delayเท่าไหร่? คือเหมาะสมและเราสามารถรับได้ คือ เรื่องสำคัญ...Transmission Wireless ที่ดีจะต้องไม่เกิน 1-3ms.(1,000 ms = 1 second) คือ 1 ใน 1000 วินาทีค่าของ Latency หรือ Delay เป็นเคื่องชี้วัดคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีของอุปกรณ์  ยิ่งค่า Latency หรือ Delay ยิ่งน้อยแสดงว่า ยิ่งมีคุณภาพที่ดีนั่นเอง



6 Temperature Range - ความทนทานและแข็งแกร่งของอุปกรณ์

Transmission ที่ดีควรที่จะมีความทนทานเรื่องอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอุปกรณ์ Transmission ที่ใช้งานส่วนมากจะเป็นงานกลางแจ้ง Out Door เพราะฉนั้นภายใต้อากาศที่ร้อนเหมือนประเทศไทยของเรา อย่างน้อยที่สุดควรอยู่ที่ -20 ถึง 60 C เป็นอย่างน้อย  ทั้งนี้เพราะขณะที่ตัวส่ง Transmitter ทำงานอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นระบบระบายอากาศของตัวเครื่องก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน พื้นผิวและวัสดุที่ดี คือ ไม่อมความร้อนและระบายความร้อนได้เร็ว (ข้อสังเกตุง่ายๆคือ ความร้อนที่มือเราสามารถสัมผ้สได้ อุ่นมือเล็กน้อย/ในกรณีที่ร้อนจนมือไม่สามรถส้มผัสหรือถือไว้ได้ แสดงว่าผิดปกติ หรือคุณภาพวัสดุไม่ดี



7 Antenna - ระบบ MIMO (Multiple input Multiple Output)

ทุกวันนี้เราจะได้ยินเทคโนโลยี MIMO กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Wi-Fi หรือ Cellular  เสาอากาศหลายต้นทำงานร่วมกันแบบนี้ เป็นคุณลักษณะของการส่งคลื่นความถี่หลายชุดบนความถี่เดียวกัน ถือว่าเป็นเทคโนโลยี่ที่ดีที่สุดในปัจจุบันที่กำลังนิยมใช้งานอยู่  เป็นที่ยอมรับว่า เป็นระบบการรับส่งภาพและเสียงที่ดีที่สุดในขณะนี้ 



8 Battery - ขุมพลังในการใช้งาน 

การเลือกใช้ Battery ที่ดีควรคำนึงดังนี้ ควรเป็นเลือกชนิด Li-ion เพราะสามารถอัดประจุไฟเพิ่มเติมได้/ในกรณีใช้ไม่หมด โดยไม่มี Memory Effect หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่าชาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม อีกข้อที่สำคัญคือขนาดและความจุของ Battery/ถ้าเกิน130Wh.จะไม่สามารถนำขึ้นเตรื่องบินได้(ตามกฎการบิน ATTA ที่เป็นมาตราฐานใช้ทั่วโลก) ถ้าเป็น Battery ที่มี Indicator บอกระดับปริมาณกระแสที่เหลืออยู่ในขณะที่ใช้งานอยู่ก็จะดีมากๆ เพราะเราจะได้ไม่ต้องกังวลว่า Battery จะพอหรือไม่ขณะปฏิบัติงาน



9 Service & Warranty - บริการหลังการขาย และ รับรองอายุการใช้งาน 

เรื่องนี้มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะอุปกรณ์ Transmisson ที่ดีต้องมีบริการหลังการขายที่ดี พร้อมทั้งอาหลั่ย และมีผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำ และคำปรึกษาได้  ตัวอุปกรณ์ทั้งหมดควรมีระยะเวลารับประกันอย่างน้อย 1 ปี / มีตัวแทนที่น่าเชื่อถือได้ในประเทศ  กรณีอุปกรณ์เสียหาย หรือชำรุด สามารถดูแลแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว 



และนี่คือ 9 ข้อที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจในการเลือกซื้อ หรือจัดหา Transmission Wireless System ดีๆมาใช้กัน...ส่วนเรื่องของราคานั้น ขอให้พิจารณาตามความเหมาะสม และคุณลักษณะพิเศษในการใช้งาน ยี่ห้อหรือแบรนด์ไหน /ไม่ควรยึดติด/ การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ดี...ไม่อยู่ที่ว่าถูกหรือแพง...แต่ควรถามตัวเองดูว่า คุ้มหรือไม่คุ้ม ต่างหาก

                                                                                                                   

พิสิษฐ์  หงษ์วิพัฒน์ / Nui AIRBOND